
สรุปรายชื่อ
นักฟุตบอลทุกคนที่ได้รับรางวัลบัลลงดอร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
1956-2023


ประวัติเกี่ยวกับบัลลงดอร์
รางวัลที่มอบให้แก่นักฟุตบอลที่มีผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในรอบปี
ตั่งแต่ปี ค.ศ. 1956 ระหว่างปี ค.ศ. 2010 ถึง 2015 รางวัลดังกล่าวได้ถูกรวมเข้ากับนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี (ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1991) เป็นการชั่วคราว ตามข้อตกลงกับฟีฟ่า และเป็นที่รู้จักในชื่อรางวัลฟีฟ่าบาลงดอร์ ความร่วมมือดังกล่าวสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 2016 และรางวัลดังกล่าวเปลี่ยนกลับไปเป็นบาลงดอร์ ในขณะที่ฟีฟ่าก็เปลี่ยนกลับไปเป็นรางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมของฟีฟ่าแยกต่างหาก ผู้ได้รับรางวัลฟีฟ่าบาลงดอร์ ถือเป็นผู้ชนะที่ได้รับรางวัลจากทั้งสององค์กรร่วมกัน โดยทั่วไปแล้วบาลงดอร์ถือเป็นรางวัลบุคคลอันทรงเกียรติและทรงคุณค่าที่สุดของฟุตบอล อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์ได้กล่าวถึงรางวัลนี้ว่าเป็น "การประกวดความนิยม" โดยวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการลงคะแนนเสียง และการให้รางวัลเฉพาะตัวบุคคลแยกจากระบบในกีฬาประเภททีม

HALL OF FAME
นี่คือบุคคลที่เป็นประวัติศาสตร์เกี่ยวกับรางวัลบัลลงดอร์

นักเตะบัลลงดอร์คนแรกของโลก
สแตนลีย์ในวัย 41 ปี ช่วยให้แบล็คพูลได้รองแชมป์ดิวิชั่นหนึ่ง แม้เขาจะอายุมากแล้ว แต่ก็ยังเป็นดาวเด่นให้กับทีมเสมอมา
นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมชาติอังกฤษ ที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ British Home Championship โดยชนะทั้ง สกอตแลนด์, เวลส์ และ ไอร์แลนด์
การเล่นฟุตบอลของเขาดึงดูดผู้คนได้เสมอ ด้วยเหตุนี้เขาจึงมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วยุโรป
นักเตะที่คว้าบรรลงดอร์มากที่สุด
คว้าบาลงด อร์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยทำได้ 8 ครั้ง เขายังเป็นเจ้าของสถิติการชนะติดต่อกันมากที่สุด โดยชนะสี่ครั้งระหว่างปี ค.ศ. 2009 ถึง 2012
ผู้รักษาประตูเพียงคนเดียวที่ได้รางวัล
เจ้าของฉายา "แมงมุมดำ" หรือ"เสือดำ"เป็นนักฟุตบอลผู้รักษาประตูชาวรัสเซียที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬาฟุตบอล ยาชินมีชื่อเสียงอย่างมากจากปฏิกิริยาการป้องกันลูกอันน่าทึ่ง และการคิดค้นแนวคิดเด็ดขาดสำหรับการป้องกันประตู ยาชินได้รับเลือกให้เป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมยุโรปประจำคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยสหพันธ์ประวัติศาสตร์และสถิติฟุตบอลนานาชาติ
เป็นผู้เล่นคนแรกที่ไม่ใช่ชาวยุโรปและผู้เล่นทีมชาติแอฟริกันคนแรกที่ได้รับรางวัล
ตลอดช่วงชีวิตการค้าแข้ง 18 ปีเวอาห์ทำไปถึง 193 ประตูจาก 411 เกม ในระหว่างลงเล่นให้กับสโมสรชื่อดังของยุโรป เช่น อาแอส โมนาโก, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และ เอซี มิลาน
ความสำเร็จในการค้าแข้งของจอร์จทำให้โลกได้รู้จักกับประเทศ "ไลบีเรีย" ด้วยอีกทางหนึ่ง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด หากประชาชนในไลบีเรียจะยกย่องให้ จอร์จ เวอาห์ เป็น "คิงจอร์จ"
จอร์จ เวอาห์ แขวนสตั๊ดในปี 2003 ด้วยวัย 37 ปี

ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงบัลลงดอร์เป็นประวัติการณ์ถึง 18 ครั้ง
งครองสถิติสำคัญได้แก่ เป็นผู้เล่นที่ลงสนามมากที่สุด (183 นัด), ทำประตูมากที่สุด (140 ประตู) และแอสซิสต์มากที่สุด (42 ครั้ง) ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก,[6] เป็นผู้เล่นคนเดียวที่ทำประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครบห้าสมัย, เป็นผู้ทำประตูมากที่สุดในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรอบสุดท้าย (14 ประตู) เป็นนักฟุตบอลชายที่ทำประตูในนามทีมชาติมากที่สุด (127ประตู) และลงสนามในนามทีมชาติมากที่สุดตลอดกาล (203 นัด)
เป็นกองหลังคนเดียวที่ได้รางวัล 2 ครั้ง
อันเนื่องจากการเล่นที่งดงาม ความเป็นผู้นำ และชื่อของเขา "ฟรันทซ์" (มาจากชื่อจักรพรรดิออสเตรีย) และความโดดเด่นในการเล่นฟุตบอลของเขา เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นนักฟุตบอลเยอรมันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ได้รับการยกย่องในประวัติศาสตร์ฟุตบอล เบ็คเคินเบาเออร์เป็นนักฟุตบอลที่เล่นได้หลายตำแหน่ง โดยเริ่มจากการเป็นกองกลาง แต่เลื่องชื่อด้านการเป็นกองหลัง เขายังมักได้รับยกย่องว่าเป็นผู้คิดตำแหน่งสวีปเปอร์ หรือ ลีเบโร สมัยใหม่





.jpg)


.jpg)

